จุกหลอก ดีต่อลูกน้อยจริงหรือ?

สิ่งที่คุณแม่ต้องรู้ก่อนที่จะซื้อ จุกหลอก เพื่อกล่อมลูกน้อยให้นอนหลับสบาย

จุกหลอก เป็นอุปกรณ์ที่คุณแม่หลายๆ ท่านซื้อเป็นอันดับแรกๆ เพื่อกล่อมลูกให้สงบ ผ่อนคลาย ไม่งอแง และที่สำคัญที่เป็นวัตถุประสงค์หลักๆ ของคุณพ่อคุณแม่หลายท่านคือ เพื่อให้ลูกที่ติดเต้าไม่ร้องหาเต้าตลอดเวลานั่นเองค่ะ ซึ่งจุกหลอกมีหลายขนาดตามอายุของเด็ก และมีวัสดุที่ใช้ผลิตให้เลือกหลายชนิดทั้งยางและซิลิโคนค่ะ

ควรเริ่มใช้ จุกหลอก ตั้งแต่เมื่อไหร่?

สถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา (AAP) แนะนำให้รอจนกระทั่งคุณแม่และทารกมีความคุ้นเคยกับการให้นมจากเต้าเป็นประจำแล้วจึงสามารถเริ่มใช้จุกหลอก ได้ เพื่อไม่ให้ทารกสับสนระหว่างการดูดจุกหลอก และ การดูดเต้านมของคุณแม่ค่ะ

ทารกแรกเกิดบางคนอาจทำความคุ้นเคยกับการดูดจุกหลอกจนติดใจจุกหลอกได้อย่างง่ายๆ ซึ่งทำให้เด็กไม่สนใจดูดนมจากเต้า หรือออกแรงดูดจุกหลอกจนหลับไปแล้วไม่สนใจตื่นมาดูดนมจากเต้าเมื่อถึงเวลาให้นม

สำหรับทารกที่คลอดก่อนกำหนดการให้นมจากเต้ายิ่งเป็นเรื่องยาก เพราะกล้ามเนื้อที่ใช้สำหรับการดูดมีขนาดเล็กกว่าทารกแรกเกิดทั่วไป ดังนั้นคุณแม่ควรเลี่ยงให้ทารกที่คลอดก่อนกำหนดใช้จุกหลอกจนกว่าทารกจะดูดนมจากเต้าเก่งแล้วค่ะ

สำหรับทารกที่ดูดนมจากขวดจนเก่งแล้ว สามารถให้เค้าใช้จุกหลอกได้เลยนะคะ

บทความแนะนำ: ผื่นผ้าอ้อม เป็นแล้วทำอย่างไร? คู่มือการดูแลลูกเมื่อเป็นผื่น

ให้ลูกดูดจุกหลอกตอนนอนได้ไหม?

แม้ว่าลูกน้อยของคุณแม่จะไม่ได้ร้องไห้งอแงก็ตาม การให้ลูกดูดจุกหลอกจะทำให้ลูกน้อยหลับง่ายและนอนหลับได้นานขึ้น ซึ่งช่วยให้คุณแม่นอนหลับได้นานขึ้นเช่นกันค่ะ

นอกจากนี้ จุกหลอกยังช่วยลดความเสี่ยงต่อโรค SIDS (Sudden Infant Death Syndrome) หรือโรคไหลตายในเด็ก ได้ถึงร้อยละ 50 แม้ว่าเด็กจะทำหลุดออกจากปากขณะนอนหลับไปแล้วก็ตาม ซึ่งโรค SIDS เป็นโรคที่ทำให้เด็กเสียชีวิตได้ในช่วงอายุระหว่าง 1 เดือน ถึง 1 ปีค่ะ

ทำไมถึงต้องให้ลูกดูดจุกหลอกตอนกลางคืน?

การให้ลูกดูดจุกหลอก นอกจะเป็นการปกป้องลูกจากโรคไหลตายแล้ว ยังเป็นการช่วยให้เด็กไม่นอนคว่ำหน้าด้วยตัวเองขณะนอนหลับ ซึ่งเป็นท่าที่มักทำให้เกิดโรคไหลตายอีกด้วย แม้ว่าการให้ลูกนอนคว่ำภายใต้การสังเกตการณ์ของคุณแม่จะเป็นการกระตุ้นพัฒนาการการใช้หน้าท้องก็ตาม

ยิ่งไปกว่านี้ จุกหลอกยังช่วยให้หน้าลูกไม่คว่ำจนติดหมอน เสื่อ หรือผ้าปูที่นอน ซึ่งเป็นสาเหตุของการขาดอากาศหายใจจนเสียชีวิตได้อีกด้วยค่ะ

(อย่างไรก็ตาม หม่ามี๊แนะนำให้คุณแม่จัดเปลทารกแรกเกิดให้ว่างที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุไม่คาดคิดกับลูกน้อยค่ะ)

นอกจากนี้ การให้ลูกดูดจุกหลอกยังเป็นการกระตุ้นพัฒนาการด้านการตอบสนองของระบบประสาท (nerve reflexes) และกล้ามเนื้อที่ใช้หายใจ (breathing muscles) ได้อีกด้วยนะคะ

หากจุกหลอกหล่นระหว่างที่ลูกผล็อยหลับไป คุณแม่สามารถหยิบจุกหลอกไปทำความสะอาดได้เลยนะคะ

ประโยชน์ของจุกหลอก

  • ช่วยให้ลูกน้อยนอนหลับสบาย
  • ช่วยให้ลูกรู้สึกผ่อนคลายขณะตื่นนอน
  • ป้องกันโรคไหลตายในเด็ก SIDS (Sudden Infant Death Syndrome)
  • ช่วยให้ลูกชอบดูดเต้า
  • ทำให้ลูกรู้สึกพอใจขณะดูดนมแม่
  • ช่วยให้ลูกผ่อนคลาย ลดความหงุดหงิด ความกลัวและวิตกกังวล
  • ลดอาการโคลิก
  • เบี่ยงเบนความสนใจลูกขณะอาบน้ำ ฉีดยา หรือ ตรวจร่างกาย
  • ลดอาการหูอื้อขณะเดินทางขึ้นเขาหรือขึ้นเครื่องบิน

บทความแนะนำ: ทารกแรกเกิด 0 เดือน ลูกน้อยมีพัฒนาการอย่างไรน้า ?

ความเสี่ยงจากการใช้จุกหลอก

หากให้ลูกดูดจุกหลอกเร็วเกินไป จะทำให้ลูกมีอาการสับสนระหว่างจุกนมแม่และจุกนมปลอม (NIPPLE CONFUSION) และมีผลกระทบดังนี้

  • ทารกติดจุกหลอกและไม่อยากดูดนมจากเต้า
  • รู้สึกเหนื่อยง่าย และดูดนมจากเต้าไม่อิ่ม

นอกจากนี้ ยังทำให้เด็กติดจุกหลอกเป็นนิสัย โดยเฉพาะเด็กที่อายุมากกว่า 6 เดือนขึ้นไป ซึ่งส่งผลกระทบดังต่อไปนี้

  • ลูกจะติดจุกหลอกตลอดเวลาขณะที่ตื่น
  • ลูกร้องไห้หาจุกหลอก หากจุกหลอกหลุดขณะนอนหลับ

จุกหลอกที่ไม่ได้ทำความสะอาดสม่ำเสมอจะทำให้ลูกไม่สบายได้ และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในหูได้ โดยมักจะเป็นในเด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

การใช้จุกหลอกติดกันเป็นระยะเวลานานเกินไปจะทำให้เด็กมีปัญหาโครงสร้างฟันและเหงือก และทำให้ฟันเรียงตัวผิดรูปแม้ว่าผู้ผลิตจุกหลอกจะพัฒนารูปทรงและขนาดของจุกหลอกเพื่อแก้ปัญหาฟันขึ้นผิดรูปในเด็กแล้วก็ตาม

เทคนิคการใช้ จุกหลอก ที่ถูกต้อง

  • ใช้จุกหลอกที่ไม่สามารถแยกชิ้นได้
  • เลือกจุกหลอกที่ทำจากยางธรรมชาติหรือวัสดุที่มีความปลอดภัย
  • หลียกเลี่ยงจุกหลอกที่ใช้สารเคมีอันตรายในการผลิต โดยให้เลือกจุดหลอกที่มีเครื่องหมาย BPA free เท่านั้น (BPA = biphenol-A)
  • ทำความสะอาดในน้ำเดือด หรือล้างด้วยน้ำยาทำความสะอาดจุกนมและเข้าเครื่องนึ่งขวดนม และ/หรือ เครื่องอบ UV

บทความแนะนำ: 3 วิธีอุ้มลูกเรอ ทำง่าย สบายท้อง ลูกหลับสบาย

การเลิกจุกหลอก

เมื่อลูกน้อยของคุณแม่เริ่มเคี้ยวเล่นจุกหลอก คุณแม่ควรเลิกให้ลูกใช้จุกหลอกได้เลยค่ะ โดยใช้วิธีดังต่อไปนี้

  • หยุดให้ทีละบริบทแม้ลูกจะร้องไห้งอแงก็ตาม
  • จำกัดการให้ใช้ เฉพาะในบางบริบทเท่านั้น เช่นขณะอยู่ในเปล
  • เบี่ยงเบนความสนใจโดยหาของเล่นชิ้นโปรด หรือผ้าห่มผืนโปรดมาทดแทน

การหย่าจุกหลอกต้องใช้เวลา ไม่ต่างกับการฝึกให้ลูกใช้ห้องน้ำ หรือแปรงฟันค่ะ ดังนั้นคุณแม่อย่าเพิ่งคาดหวังว่าการเลิกจุกหลอกจะใช้เวลาเพียงแค่ 1-2 วันนะคะ ระหว่างนี้ลูกน้อยอาจจะงอแง แต่คุณแม่ต้องอดทนและค่อยๆ ลดการให้ใช้จุกหลอกจนลูกเลิกได้เองค่ะ

บทสรุป

การให้ทารกแรกเกิดดูดจุกหลอกมีความปลอดภัยค่ะ แต่คุณแม่ควรรอให้ลูกคุ้นเคยกับการดูดนมจากเต้าก่อนสัก 3-4 สัปดาห์ นะคะ

จุกหลอกมีทั้งประโยชน์และผลเสีย ซึ่งมีประโยชน์คือทำให้ลูกผ่อนคลาย และนอนหลับได้นานขึ้น ลดความเสี่ยงต่อโรคไหลตายในเด็ก อย่างไรก็ตามคุณแม่ควรให้ลูกเลิกใช้จุกหลอกเมื่อลูกน้อยมีอายุ 6 เดือนขึ้นไปเพราะมีผลต่อการเจริญเติบโตของฟันน้ำนม และยังมีความเสี่ยงต่ออาการติดเชื้อในหูในเด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไปอีกด้วยค่ะ

จุกหลอก Tommee Tippee MEME Soother 0-6 m สำหรับเด็กอายุ 0-6 เดือน

ผลิตจากซิลิโคนที่มีความอ่อนนุ่มและยืดหยุ่นสูง และ ปราศจาก BPA (สารก่อมะเร็ง)

จุกหลอกซิลิโคน Nano Silver จุกนมหลอกนาโนซิลเวอร์ จุกดูดสำหรับเด็กแรกเกิด 0-3 เดือน เบบี้ แทททู BABY TATTOO

  • ช่วยปลอบประโลมเด็กแรกเกิดให้หลับง่าย
  • Nano silver มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้อย่างดีเยียม
  • ออกแบบเหมือนหัวนมแม่จะช่วยบรรเทาอารมณ์ลูกน้อยได้ทันที
  • ออกแบบกลวงให้มีรูเพื่อให้ทารกแหย่นิ้วเข้าไปได้
  • เบาและนิ่มทารกสามารถกัดได้
  • แนะนำสำหรับทารกแรกเกิด
  • เหมาะสำหรับทารกตั้งแต่แรกเกิด – 3 เดือน
  • มีใบรับรองคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก มอก. 1025-2539
  • การันตีคุณภาพ มอก.

แปลและเรียบเรียงโดย: Best for Mommies

ที่มา: Here’s What You Need to Know About Popping in Pacifiers to Soothe Newborns

https://www.healthline.com/health/parenting/newborn-pacifier#takeaway