พัฒนาการลูกน้อยวัย 6 เดือน

“เริ่มนั่งได้เป็นเวลาสั้นๆ กลัวคนแปลกหน้า และร้องไห้ตอนกลางคืน”

พัฒนาการลูกน้อยวัย 6 เดือน

พัฒนาการด้านร่างกาย

การนั่งในช่วงแรกต้องใช้สองมือยันพื้นด้านหน้าเอาไว้ และหลังเด็กจะงอ เมื่อร่างกายระบบประสาทกล้ามเนื้อช่วงบนเริ่มพัฒนาขึ้น เด็กจะเริ่มยืดหลังตรงและนั่งได้นานโดยไม่ต้องมีคนช่วยประคอง

พัฒนาการของมือก็เห็นความเปลี่ยนแปลงมากขึ้นนั่นคือ “การแยกแยะการเคลื่อนไหวด้านซ้ายขวา” เช่น ส่งของที่หยิบจากมือซ้ายมาถือด้วยมือขวา หรือหยิบของที่อยู่ทางด้านขวาด้วยมือขวา เป็นต้น พฤติกรรมเหล่านี้สำหรับผู้ใหญ่ถือเป็นเรื่องแสนธรรมดา! แต่สำหรับเด็กทารกคือการเคลื่อนไหวที่ใช้เวลาพัฒนาฝึกฝนมาถึงครึ่งปีเลยทีเดียวน้า นอกจากนี้หากเราลองเอาผ้าคลุมหน้าเด็กไว้ เขาจะใช้มือดึงผ้าออกเองได้ ลักษณะนี้เป็นการแสดงออกถึงการพัฒนาที่สอดประสานกันระหว่างมือและตาของเด็ก

พัฒนาการลูกน้อยวัย 6 เดือน

พัฒนาการด้านจิตใจ

ช่วง 6 เดือนหลังคลอด สมองของเด็กจะพัฒนาขึ้นมากเลยค่ะ และส่งผลถึงการพัฒนาทางด้านจิตใจด้วย ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด คือ การกลัวคนแปลกหน้า เด็กวัยนี้จะเริ่มจำและเข้าใจว่าพ่อแม่คือคนพิเศษสำหรับเขา เด็กเริ่มแยกแยะได้ระหว่างคนสนิทและไม่สนิท ดังนั้นเมื่อเห็นคนแปลกหน้าก็จะร้องไห้และแสดงสีหน้ากังวล

ช่วง 6 เดือน เด็กจะเริ่มร้องไห้บ่อยขึ้นเนื่องจากมีความต้องการทางด้านจิตใจเพิ่มมากขึ้น เช่น หงุดหงิดที่เอื้อมมือหยิบของเล่นได้ไม่ถึง เป็นต้น ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่พยายามตอบสนองความต้องการของลูกให้ได้มากที่สุดและปล่อยให้เขาอ้อนคุณพ่อคุณแม่ได้เลยค่ะ เด็กบางคนอาจเริ่มร้องไห้ตอนกลางคืน เป็นเพราะความคลาดเคลื่อนของนาฬิการ่างกายยังปรับได้ไม่ดีพอ ยังสับสนเวลากลางวันกลางคืน หรืออาจเป็นเพราะความทรงจำจากการทำสิ่งใหม่ๆ ระหว่างวันตกค้างมาถึงตอนกลางคืนค่ะ

พัฒนาการลูกน้อยวัย 6 เดือน

อาหารการกินของเด็กวัย 6 เดือน

เริ่มกินอาหารเสริมมื้อแรกตอนวัย 6 เดือน เด็กบางคนจะกินนมหลังอาหารน้อยลงเป็นเรื่องปกตินะคะ คุณแม่ไม่ต้องกังวลค่ะ การป้อนอาหารของเด็กๆคุณแม่จะเลือกช่วงเวลาใดก็ได้ เช้า กลางวัน หรือเย็น แต่ควรป้อนเวลาเดิมให้สม่ำเสมอเพื่อฝึกความเคยชิน และควรให้เด็กๆกินให้เสร็จก่อน 1 ทุ่มสำหรับมื้ออาหารเย็นนะคะ

พัฒนาการลูกน้อยวัย 6 เดือน

เด็กวัย 6 เดือนเป็นแบบนี้ละ!

ปาก

เด็กบางคนฟันจะเริ่มขึ้นแล้ว แต่ช่วงวัยของฟันของเด็กแต่ละคนที่เริ่มขึ้นจะแตกต่างกันนะคะ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ขึ้นตอนนี้ก็ไม่เป็นไร เด็กสามารถกลืนอาหารเสริมที่เป็นของเหลวข้นได้ค่ะ

การแสดงสีหน้า

เด็กๆ แกล้งร้องไห้เป็นแล้วน้า เด็กแสดงอารมณ์ได้หลากหลายมากขึ้น และสื่อสารผ่านทางสีหน้าได้ เช่น ต้องการให้พ่อแม่มาทางนี้ ต้องทำสีหน้าร้องไห้ เป็นต้น

มือ

สลับกันถือของระหว่างมือซ้ายและมือขวา ไม่ใช่แค่หยิบจับสิ่งของ แต่สามารถย้ายของจากมือซ้ายไปมือขวาได้ด้วย

ขาและสะโพก

นั่งเองได้เป็นเวลาสั้นๆ สะโพกมีแรงมากขึ้น จึงนั่งเองได้เป็นเวลาสั้นๆ แต่จะยังไม่มั่นคงนัก ต้องรออีกหน่อยถึงจะนั่งหลังตรงได้

การเคลื่อนไหว

เด็กวัย 6 เดือนส่วนใหญ่จะเคลื่อนไหวด้วยการพลิกตัว

เผลอแป๊ปเดียวลูกๆ ก็โตขึ้นอย่างรวดเร็ว จากที่เคยนอนอย่างเดียว ก็สามารถชันคอได้ นั่งเองได้ และเริ่มส่งเสียง อาอา โอโอ ดาดา คนเป็นพ่อแม่ช่างปลื้มใจในพัฒนาการที่เก่งขึ้นๆในทุกๆ วันของลูกๆ ใช่มั้ยละคะ ขณะเดียวกันหม่ามี๊แนะนำว่าคุณแม่ต้องคอยฝึกกฎเกณฑ์ในชีวิตประจำวันให้ลูกๆ ด้วยนะคะ เช่น เมื่อถึงมื้อกินข้าว ให้พาลูกนั่งกินข้าวพร้อมกับคนในบ้าน เพราะจะช่วยทำให้เวลาในการทำกิจวัตรประจำวันของพ่อแม่และลูกตรงกัน ฝึกให้ลูกเข้าใจการใช้เวลาในแต่ละวันได้อย่างชัดเจน ด้วยการพาลูกอาบน้ำช่วงเช้าและเย็นเป็นเวลา สวมชุดนอนเวลาเข้านอน และเข้านอนตามเวลา เป็นต้น การทำกิจวัตรประจำวันที่ชัดเจนอย่างมีระเบียบกฎเกณฑ์เป็นสิ่งจำเป็นในการเสริมสร้างการเจริญเติบโตอย่างแข็งแรงทั้งทางร่างกายและจิตใจด้วยนะคะ

คุณแม่สามารถติดตามอ่านพัฒนาการของเจ้าตัวน้อยในแต่ละช่วงอายุได้ตามลิ้งด้านล่างได้เลยนะค้า

ทารกแรกเกิด 0 เดือน ลูกน้อยมีพัฒนาการอย่างไรน้า ?

พัฒนาการลูกน้อย 1 เดือน – เริ่มนอนและกินนมเป็นเวลา

พัฒนาการลูกน้อย วัย 2 เดือน ที่คุณแม่มือใหม่ต้องอ่าน

พัฒนาการลูก 3 เดือน คอเริ่มแข็ง เริ่มแสดงออกได้ดีขึ้น

พัฒนาการเด็ก วัย 4 เดือน เริ่มสำรวจร่างกายตัวเองแล้วนะ

พัฒนาการลูกวัย 5 เดือน – เริ่มสนุกกับการเปล่งเสียง