รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ความเชื่อนี้ถูกจริงหรือ?

“รักลูกให้ตี” เพราะการตีลูกเป็นค่านิยมที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นในสังคมไทย คุณพ่อคุณแม่หลายๆ ท่านจึงเชื่อว่าการตีลูกจะทำให้ลูกก้าวหน้า และเป็นคนที่เชื่อฟังและมีวินัยโดบปริยาย

“เลี้ยงลูกให้ได้ดีจะต้องตีลูก จะคุมลูกให้อยู่ให้เชื่อฟัง ไม่ให้ลูกซนหรือดื้อ ต้องตีลูก” ความเชื่อนี้ยังมีอยู่ในครอบครัวปัจจุบัน หม่ามี๊จะไม่ตัดสินว่าการเลี้ยงลูกแบบไหน ผิดหรือถูก แต่จะมาบอกผลลัพท์ที่ตามมาจากการเลี้ยงลูกด้วยการตีให้ได้ทราบกันค่ะ

เด็กในช่วง 1-3 ขวบ ที่ถูกทำโทษด้วยการถูกตีบ่อยๆ จะมีแนวโน้มกลายเป็นเด็กที่ดื้อขึ้น มีพฤติกรรมก้าวร้าว และจะส่งผลเสียทางพฤติกรรมและจิตใจในระยะยาวได้

อ่านบทความแนะนำ: การเลี้ยงลูกให้มีความสุข – 8 เคล็ดลับที่คุณแม่ต้องรู้

สิ่งที่ตามมาจากการเลี้ยงลูกด้วยการตี

1.สร้างบาดแผลทางจิตใจ

การเลี้ยงลูกด้วยการตีนั้น สร้างความเจ็บปวดและทำให้เด็กรู้สึกทรมานใจ บางครั้งส่งผลให้เด็กไม่อยากเข้าสังคม แยกแยะสิ่งที่ผิดและถูกผิดไป

2.ทำให้ก้าวร้าว มีพฤติกรรมรุนแรง

พ่อแม่ที่ใช้ความรุนแรงกับเด็ก ด้วยการทำโทษ ทำร้ายร่างกาย หรือตี ส่งผลให้เด็กรับพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรงนั้นไปเป็นแบบอย่าง และนำไปทำต่อด้วย ยิ่งระดับความรุนแรงในการลงโทษมากเท่าไหร่ เด็กก็จะมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าวสูงขึ้นกว่า เด็กที่ไม่เคยถูกพ่อแม่ตี

3.ทำลายความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

การลงโทษด้วยการใช้ความรุนแรง ทำให้เด็กเกิดบาดแผลในใจ ส่งผลให้เด็กเกิดความหวาดกลัว ทำลายความเชื่อใจ เมื่อเด็กมีปัญหาก็ไม่กล้าเข้ามาปรึกษา ทำให้ห่างเหินกันระหว่างพ่อแม่และเด็ก สร้างความเกลียดชัง ปลูกฝังให้เด็กแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง

การเลี้ยงลูกด้วยความรุนแรงคือความผิดพลาดของผู้เป็นพ่อและแม่และสร้างบาดแผลลึกในจิตใจที่ไม่มีวันหายให้กับเด็ก

4.ดื้อไม้เรียว

การตีลูกส่งผลเสียมากมาย แต่ด้วยการทำโทษด้วยการตี ทำให้ลูกหยุดพฤติกรรมที่ดื้อซนทันที ทำให้พ่อแม่หลายๆคนชอบนำวิธีการ “ตี” มาใช้ จึงทำให้พ่อแม่สรุปกันไปว่า การตี นั้นได้ผลชะงัด แต่แท้จริงแล้วลูกอาจจะหยุดเพราะความกลัวหรือตกใจ

เมื่อคิดไปว่าการตีลูกเพื่อหยุดพฤติกรรมที่พ่อแม่ไม่ชอบได้อย่างดี การทำโทษด้วยการตีจึงเกิดขึ้นบ่อยๆ ซ้ำๆ แต่การลงโทษรูปแบบนี้ก็จะได้ผลน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะเด็กจะเริ่ม ดื้อไม้เรียว

เมื่อการตีแบบเดิมเริ่มไม่ได้ผล พ่อแม่ก็จะเริ่มเพิ่มระดับความรุนแรงในการตีมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเข้าขั้นทารุณกรรม ซึ่งอาจทำให้เด็กบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิต อย่างในข่าวที่เราเห็นกันอยู่ตามหน้าหนังสือพิมพ์ได้ค่ะ

5.ส่งผลถึงวัยผู้ใหญ่

เด็กๆที่เคยถูกทำโทษอย่างรุนแรง ส่งผลให้เมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ พบว่ามีอาการซึมเศร้า มีพฤติกรรมทำร้ายคู่สมรส ทำร้ายลูกตัวเอง มีพฤติกรรมพยายามฆ่าตัวตาย ติดสุรา

หากเราต้องการที่จะเริ่มเปลี่ยนสังคม กำจัดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เราควรเริ่มต้นด้วยการหยุดใช้ความรุนแรงกับเด็กตั้งแต่วันนี้ค่ะ

การเลี้ยงลูกวัยเตาะแตะ 1-3 ขวบ เป็นไปได้ยากมากๆ ที่จะควบคุมให้ลูกทำในสิ่งที่สมควรและถูกใจพ่อแม่ได้ตลอดเวลา ดังนั้นการเลี้ยงลูกด้วยความเข้าใจ ให้ความรัก และใช้เวลาคุณภาพร่วมกับลูก เป็นสิ่งที่ดีที่สุด และระลึกไว้เสมอว่าการลงโทษนั้น จะต้องทำในสถานการณ์ที่จำเป็นเท่านั้น และลงโทษแบบไม่ต้องตีนั้นดีที่สุด สิ่งสำคัญคือ สอนลูกด้วยเหตุผล สอนลูกในเชิงบวก และทำโทษด้วยวิธีอื่นที่ไม่ใช่การลงไม้ลงมือค่ะ

อ่านบทความแนะนำ: 10 เคล็ดลับ การสร้างวินัยที่ดีให้กับลูก