3 วิธีอุ้มลูกเรอ ทำง่าย สบายท้อง ลูกหลับสบาย

ทำไมต้องอุ้มลูกเรอ? ต้องอุ้มลูกเรอบ่อยแค่ไหน? ในบทความนี้มีเทคนิคและ วิธีอุ้มลูกเรอที่คุณแม่ไม่ควรพลาด

เมื่อฟองแก๊สถูกขังในระบบการย่อยอาหารของลูก จะทำให้ลูกรู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัวค่ะ ซึ่งการอุ้มลูกเรอจะช่วยระบายฟองแก้สผ่านทางหลอดอาหารและออกทางปากลูกน้อยได้เป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ ในบทความนี้จะอธิบาย วิธีอุ้มลูกเรอ อย่างง่ายๆ ให้คุณแม่ได้นำไปใช้กันค่ะ

เหตุผลที่คุณแม่ต้องอุ้มลูกเรอ ในช่วงที่ยังเป็นทารกแรกเกิด

เหตุผลที่ทารกแรกเกิดต้องเรอ เพราะขณะที่ทารกกำลังทานอาหารอยู่นั้น ทารกจะนำอากาศเข้าท้องไปด้วยซึ่งจะทำให้ทารกอิ่มท้องเร็วเกินไป โดยเฉพาะทารกที่ดื่มนมจากขวดนม จะมีอากาศเข้าท้องเร็วกว่าทารกที่ดื่มจากเต้าคุณแม่ค่ะ แต่ทารกที่ดื่มจากเต้าก็ต้องเรอเหมือนกันนะคะ ยิ่งคุณแม่ที่มีน้ำนมมากก็จะมีโอกาสที่ทารกจะนำอากาศเข้าท้องเยอะขึ้นไปด้วยเช่นกันค่ะ

สาเหตุอีกประการที่ทำให้เกิดฟองแก้สในกระเพาะอาหารคือ กระบวนการย่อยสลายอาหารภายในลำไส้ใหญ่โดยแบคทีเรีย รวมไปถึงอาหารที่คุณแม่รับประทานและส่งต่อมายังน้ำนมแม่ เช่นถั่ว ผักต่างๆ เช่น บล็อคโคลี่, กระหล่ำปลี, ผักกาดขาว, และดอกกะหล่ำ, ลูกอมและหมากฝรั่ง โซดา และน้ำผลไม้ เป็นต้น

ถ้าลูกน้อยมีอาการแพ้อาหารบางชนิด เช่น นมผง หรืออาหารที่แม่รับประทานเข้าไป ร่างกายของทารกจะตอบสนองโดยการสร้างฟองแก้สขึ้นมาค่ะ ซึ่งอาการแพ้นม มักเป็นสาเหตุหลักของการเกิดฟองแก้สในทารกแรกเกิดค่ะ

อ่านบทความแนะนำ: ‘ลูกตัวเหลือง’ เกิดจากอะไร? ข้อควรรู้สำหรับคุณแม่มือใหม่

ควรจะอุ้มลูกเรอเมื่อใด และบ่อยแค่ไหน?

สถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา (AAP) แนะนำว่า คุณแม่ควรอุ้มลูกเรอเป็นประจำ แม้ว่าลูกน้อยจะไม่แสดงสัญญาณไม่สบายตัวใดๆ หรือเรอออกมาขณะที่อุ้มเรอไปแล้วก็ตาม เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าในท้องน้อยๆ ของทารกมีฟองแก้สมากแค่ไหน ดังนั้นคุณแม่จึงต้องอุ้มลูกเรอเป็นประจำ แม้ว่าลูกยังไม่เริ่มงอแงหรือแสดงอาการไม่สบายตัวจากการแน่นท้องก็ตามค่ะ

การอุ้มลูกเรอนั้น ควรทำระหว่างเปลี่ยนข้างการให้นมจากเต้า หรือในทารกที่ดื่มนมจากขวด ให้อุ้มเรอทุกๆ 2-3 ออนซ์ จนถึงอายุ 6 เดือนค่ะ และให้อุ้มลูกเรอเมื่อดื่มนมเสร็จแล้วด้วยค่ะ

ในขณะที่เด็กๆ หลายรายต้องการการอุ้มเรอบ่อยๆ แต่ก็มีคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คนมักจะทำผิดพลาดโดยรบกวนการให้นม และอุ้มลูกเรอโดยไม่จำเป็น ซึ่งเป็นการทำให้การดื่มนมยืดเวลาออกไป และทำให้ทารกที่กำลังหิวหงุดหงิด และยิ่งดูดอากาศเข้าไปมากขึ้นกว่าเดิม

อ่านบทความแนะนำ: น้ำหนักทารก ‘ลดลง’หลังคลอด อันตรายไหม?

วิธีอุ้มลูกเรอที่คุณแม่ต้องรู้

โดยทั่วไปการอุ้มลูกเรอมี 3 วิธีหลักๆ ด้วยกัน : ท่าอุ้มพาดบ่า, นั่งบนตัก, คว่ำหน้าบนตัก ซึ่งเราขอให้คุณแม่เลือกท่าที่คุณแม่สะดวกที่สุด และทำให้ลูกเรอได้มากที่สุด โดยคุณแม่ต้องเตรียมผ้ากันเปื้อนหรือผ้าพาดบ่าไว้รองเศษอาหารหรือนมที่ลูกแหวะปนออกมาด้วยนะคะ

1.ท่าอุ้มพาดบ่า

วิธีอุ้มลูกเรอ
วิธีอุ้มลูกเรอ ท่าพาดบ่า

วิธีนี้สามารถทำได้ขณะที่คุณแม่นั่งและยืนค่ะ ก่อนอื่นคุณแม่เลือกจัดท่าโดยเอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อย ใช้มือข้างหนึ่งพยุงที่ก้นลูก เช็คให้แน่ใจว่าหน้าลูกอยู่บนไหล่คุณแม่และมองผ่านไหล่คุณแม่โดยที่วางคางลูกน้อยบนผ้านุ่มๆ ที่พาดบนบ่าคุณแม่ หลังจากนั้นใช้มืออีกข้างตบหลังลูกเบาๆ เป็นจังหวะค่ะ

2.ท่านั่งบนตัก

วิธีอุ้มลูกเรอ ท่านั่งบนตัก

ให้ลูกนั่งหลังตรงๆ บนตักคุณแม่และใช้มือหนึ่งประคองส่วนอกของลูกไว้โดยใช้มือข้างนั้นประคองคางลูกไปด้วย เอนตัวลูกไปข้างหน้าเล็กน้อยและตบหลังลูกเบาๆ หรือลูบหลังลูกเป็นวงกลมเพื่อกระตุ้นให้เรอด้วยก็ได้เช่นกันค่ะ

3.ท่านอนคว่ำบนตัก

วิธีอุ้มลูกเรอ ท่านอนคว่ำบนตัก

วางลูกนอนคว่ำบนตัก โดยให้ศีรษะลูกอยู่สูงกว่าลำตัว และลูบหลังลูกเบาๆ เป็นจังหวะ

โดยระยะเวลาการอุ้มลูกเรอโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณหนึ่งนาที ซึ่งหากลูกไม่เรอ ให้อุ้มกล่อมลูกประมาณหนึ่งนาทีแล้วลองเปลี่ยนท่าดูค่ะ

ควรหยุดอุ้มลูกเรอเมื่อไหร่?

การหยุดอุ้มเรอไม่มีกำหนดอายุที่ชัดเจนค่ะ แต่ถ้าลูกน้อยโตขึ้นจนระบบการย่อยอาหารคงที่แล้ว ก็สามารถค่อยๆลดการอุ้มเรอได้ โดยจะเห็นความเปลี่ยนแปลงในช่วงวัย 4-6 เดือน เมื่อลูกน้อยเริ่มทานอาหารสำหรับเด็กเล็กได้ แต่ถ้าคุณแม่สังเกตเห็นอาการไม่สบายตัวหรือมีลมเยอะ ก็สามารถอุ้มลูกเรอและเทคนิคการช่วยระบายแก๊สในระบบทางเดินอาหารได้ จนกว่าจะหมดความจำเป็นค่ะ

นอกจาก 3 วิธีอุ้มลูกเรอข้างต้นแล้วคุณแม่สามารถวางลูกนอนหงายแล้วจัดท่าปั่นจักรยานเพื่อให้แก้สเคลื่อนตัวได้ค่ะ

นอกจากนี้ คุณแม่สามารถสังเกตปัจจัยต่างๆ เพื่อหาสาเหตุของอาการแก้สเยอะได้ เช่น หากคุณแม่ให้นมจากเต้า แปลว่าอาการแก๊สเยอะมาจากอาหารที่คุณแม่ทานค่ะ ส่วนมากจะเป็นอาหารกลุ่มที่ทำจากนม ชีส และไอศครีม

วิธีการแก้ปัญหา สำหรับลูกที่ดื่มนมจากขวด ได้แก่ การปล่อยให้นมในขวดเซ็ตตัวก่อนจะให้นมลูก (การเขย่าขวดจะเป็นการเติมแก้สในนมชงค่ะ) และควรเลือกจุกนมที่เหมาะสมกับวัยของลูก และเลือกขวดนมที่ออกแบบมาเพื่อลดปริมาณอากาศในขวดนม ซึ่งหากลองทุกวิธีแล้วยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอกุมารแพทย์เพื่อจัดยาให้เหมาะสมกับอาการของลูกน้อยค่ะ

อย่าลืมว่าการเรอและการแหวะนม เป็นเรื่องปกติ แต่การอาเจียนแบบพุ่งออกมาเป็นเรื่องที่ผิดปกติและต้องพาลูกไปพบคุณหมอกุมารแพทย์โดยด่วนที่สุดเพื่อหาสาเหตุค่ะ

แปลและเรียบเรียงโดย: Best for Mommies

ที่มา: How to Burp a Newborn

https://www.parents.com/baby/care/burping/baby-burping-what-you-should-know/