10 เคล็ดลับ การสร้างวินัยที่ดีให้กับลูก

การสร้างวินัยที่ดีให้กับลูก ด้วยเทคนิคการเลี้ยงลูกเชิงบวก เพื่อให้ลูกพัฒนาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

‘การเลี้ยงลูกเชิงบวก’ เป็นหลักการเลี้ยงลูกยอดนิยมในหมู่คุณแม่ยุคใหม่ ซึ่งหากแปลตรงตัวตามชื่อเรียกแล้ว…การเลี้ยงลูกเชิงบวกฟังดูเหมือนการเลี้ยงลูกโดยไม่มีการตอบสนองเชิงลบต่อพฤติกรรมที่ไม่ดีของลูกเลยใช่ไหมคะ? แต่อันที่จริงแล้ว การเลี้ยงลูกเชิงบวกไม่ได้หมายถึงการปฏิบัติตัวดีกับลูกในทุกสถานการณ์ แต่เป็นปรัชญาการเลี้ยงลูกโดยยึดหลัก “การให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกเป็นอันดับแรก” ซึ่งหลักการนี้นี่เองที่นอกจากเป็นการสร้างนิสัยที่ดีแล้วยังเป็น การสร้างวินัยที่ดีให้กับลูก อีกด้วยค่ะ

อย่างไรก็ดี การเลี้ยงลูกเชิงบวก ไม่ได้หมายความกว่าการอบรมเลี้ยงดูลูกโดยปล่อยให้ลูกทำสิ่งต่างๆ ตามการตัดสินใจของเค้าโดยไม่มีการกำหนดขอบเขต และไม่มีการลงโทษนะคะ แต่การเลี้ยงลูกเชิงบวกเราจะพุ่งเป้าไปที่ ‘วินัย’ และ ‘เป้าหมาย’ ที่จะเลี้ยงดูลูกให้เป็นคนที่มีกฎกติกา และเคารพผู้อื่น ไม่ใช่เพราะความเกรงกลัว แต่ด้วยความที่ว่า “มันเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ให้ความเคารพผู้อื่น” ค่ะ ซึ่ง การสร้างวินัยที่ดีให้กับลูก เป็นพื้นฐานของการพัฒนาให้ลูกน้อยเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตอีกด้วยค่ะ

อ่านบทความแนะนำ: การเลี้ยงลูกให้มีความสุข – 8 เคล็ดลับที่คุณแม่ต้องรู้

10 เทคนิค การสร้างวินัยที่ดีให้กับลูก

1. กำหนดขอบเขต

การกำหนดขอบเขตคือกุญแจสำคัญที่จะเปิดประตูสู่ความสำเร็จในการเลี้ยงลูกในระยะยาว การกำหนดขอบเขตจะทำให้คุณแม่และลูกน้อยต่างมีความใจเย็น ภายใต้สถานการณ์ต่างๆ แทนที่เราจะรู้สึกหงุดงิดกับสถานการณ์นั้นๆ เพราะการสร้างขอบเขตเป็นการทำให้เราเคารพซึงกันและกันนั่นเองค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ลูกของคุณแม่ต้องการนั่งตักขณะที่คุณแม่กำลังทานข้าวซึ่งทำให้คุณแม่ทานข้าวอย่างยากลำบาก ถ้าคุณแม่รู้สึกไม่สะดวก หงุดหงิดใจ คุณแม่สามารถตั้งกติกากับลูกว่า “เวลาทานข้าว ทุกๆ คนต้องนั่งที่เก้าอี้ของตัวเองนะจ้ะ” หลังจากที่ทานข้าวเสร็จก็ค่อยนั่งตักก็ได้ค่ะ หรือ รุ่งเช้าลูกเรียกร้องให้เล่นด้วยทั้งๆ ที่คุณแม่ยังไม่ตื่นดี คุณแม่อาจตั้งกติกาว่า “แม่ขอเวลาดื่มกาแฟสัก 10 นาทีแล้วแม่จะมาเล่นด้วยนะจ้ะ” ทั้งนี้ การกำหนดขอบเขตอาจทำให้ลูกตะขิดตะขวงใจอยู่บ้างในช่วงแรก แต่สักพักหนึ่งลูกก็จะเริ่มเรียนรู้ว่าคุณแม่ก็มีความต้องการของคุณแม่เหมือนกัน

เมื่อความต้องการของคุณแม่กับของลูกบรรจบกันอย่างลงตัว จะทำให้คุณแม่มีความสุขกับการเลี้ยงลูกมากขึ้นเยอะเลยค่ะ

การสร้างวินัยที่ดีให้กับลูก
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกด้วยการใช้เวลากับลูกอย่างมีคุณค่า

2. เพิ่มการให้ความร่วมมือด้วยการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก

การที่เด็กจะเชื่อฟังสิ่งที่คุณแม่พูดก็ต่อเมื่อเค้ารู้สึกเชื่อมโยงกับคุณแม่แล้วเท่านั้น ซึ่งหากคุณแม่ลงโทษลูกจะเป็นการทำลายความรู้สึกเชื่อมโยมของลูกที่มีต่อคุณแม่ไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และลูกก็จะเลิกที่จะเชื่อฟังและปฏิบัติตามสิ่งที่คุณแม่บอกกับเค้าค่ะ ดังนั้นคุณแม่ควรที่จะใช้เวลาอยู่กับเค้าบ่อยๆ แม้เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ 15 นาที ก็สามารถพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันได้อย่างไม่ยากค่ะ

อ่านบทความแนะนำ: ใช้เวลากับลูก อย่างมีคุณค่า – เคล็ดลับสำหรับคุณแม่

3. ต้องมีความหนักแน่น แต่แฝงด้วยความรัก

คุณแม่ควรตัดสินใจว่ากฎกติกาข้อไหนสำคัญสำหรับคุณแม่ แล้วตกลงกติกานั้นกับลูกให้ชัดเจนด้วยความหนักแน่น ให้เค้ารู้ว่าสิ่งที่คุณแม่พูดนั้นเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ โดยใช้น้ำเสียงที่อบอุ่นแต่ให้ความชัดเจนกับลูกค่ะ

4. หลีกเลี่ยงการดุด่าว่ากล่าวให้ลูกรู้สึกแย่

“ทำไมแค่นี้ยังทำไม่ได้”, “ลูกหกขวบแล้วนะ โตขนาดนี้ เลิกทำตัวเป็นเด็กได้แล้ว”, “พูดแล้วทำไมไม่รู้จักฟัง” คุณแม่เคยพูดประโยคนี้ไหมคะ? คำพูดเหล่านี้เป็นการทำลาย ‘ความนับถือตัวเอง’ และทำให้เด็กรู้สึกแย่ และยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เขาทำพฤติกรรมเช่นนั้นต่อไปค่ะ

หากคุณแม่ต้องการบอกเค้าว่าอะไรที่่ไม่สมควรทำ ให้บอกเค้าว่าสิ่งที่เค้าทำอยู่ไม่เหมาะสม โดยที่ไม่ตำหนิด้วยถ้อยคำที่รุนแรง และทำให้เค้ารู้สึกแย่กับตัวเองอย่างประโยคที่ได้ยกตัวอย่างข้างต้นค่ะ

5. ให้ลูกเข้าใจผลที่ตามมาด้วยตัวเอง

การลงโทษลูกมีแต่จะทำให้ลูกมองคุณเป็นศัตรู และมักจะทำให้ลูกสับสนว่าเป็นการลงโทษโดยที่เค้าไม่มีความผิดค่ะ

แทนที่จะลงโทษลูก คุณแม่ควรที่จะลองปล่อยให้เค้ารับรู้ถึงผลกระทบจากการที่เขาไม่ปฎิบัติตามที่คุณแม่บอกดูค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณแม่บอกลูกให้รองเท้าก่อนที่จะเดินออกไปข้างนอกที่มีพื้นเปียก เมื่อลูกเดินออกไปข้างนอกทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ใส่รองเท้า ลูกก็จะรู้ว่าถ้าไม่ใส่รองเท้า เท้าจะเปียก ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้ลูกให้ความร่วมมือในครั้งต่อๆ ไป เพราะลูกเข้าใจแล้วว่าสิ่งที่คุณแม่บอกลูกเป็นเรื่องที่สำคัญค่ะ

6. ใช้ตรรกะในการแก้ปัญหา

ในบางครั้ง การให้ลูกเข้าใจผลที่ตามมาด้วยตัวเอง กับบางกรณีก็ไม่สามารถใช้ได้เสมอไป อย่างเช่น หากคุณแม่ให้ลูกเก็บตัวต่อของเล่นเข้ากล่องเองหลังจากที่เล่นเสร็จ ในบางครั้งอาจมีตัวต่อที่ลูกมองไม่เห็นหล่นอยู่บนพื้นได้ ถ้ารอให้ลูกรู้ตัวว่าถ้าตัวต่อหล่นพื้น ถ้าคุณแม่เหยียบโดนจะทำให้คุณแม่เจ็บเท้าได้ แต่หากคุณแม่เหยียบโดนแล้ว คุณแม่ควรหยิบโลโก้ไปเก็บด้วยความใจเย็น ไม่ควรดุลูกนะคะ

7. ใช้คำพูดเชิงบวก เพื่อเสริมสร้างนิสัยที่ดี

คุณแม่อาจลืมตัวตำหนิลูกอยู่บ่อยๆ ทั้งๆ ที่บางครั้งคุณแม่ก็ยิ้มออกมาเอง เวลาลูกคุณแม่ทำอะไรน่ารักๆ จริงไหมคะ? คุณแม่ควรให้ความสนใจกับสิ่งที่เค้าทำได้ดีด้วยการกล่าวชมเชยมากกว่าการตำหนิลูก อย่างเช่น บางครั้งเด็กก็ลืมได้ว่าเค้าเก็บรองเท้าไว้ที่ไหน แต่คุณแม่ก็สามารถใช้คำพูดเชิงบวกในการช่วยให้เค้ารู้จักเก็บรองเท้าให้เป็นที่ ตัวอย่างเช่น “คุณแม่เห็นลูกวางรองเท้าไว้ตรงนั้นคราวที่แล้วนะคะ เก่งมากค่ะลูก เก็บของเป็นที่ เป็นเด็กดีมีความรับผิดชอบนะคะ” การสอนลูกด้วยการชื่นชมจะทำให้เด็กรู้สึกดีกับตัวเองและมีความสุขในการใช้ชีวิตค่ะ

อ่านบทความแนะนำ: สอนลูกไม่ให้พูดโกหก ในเด็กวัย 1-6 ปี เทคนิคการเลี้ยงลูกเชิงบวก

8. เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก

“ลูกคือเงาสะท้อนของพ่อแม่” สำนวนติดหูที่คุณแม่ทุกคนมักเคยได้ยินมาบ้าง ซึ่งที่มาของสำนวนนี้คือ เด็กจะเลียนแบบทุกๆ อย่างที่คุณแม่เป็นนั่นเองค่ะ ดังนั้นหากคุณแม่ต้องการให้ลูกเคารพคนอื่น คุณแม่ก็ควรให้ความเคารพกับเค้าก่อน ถ้าคุณแม่ต้องการให้ลูกพูด “นะครับ/นะคะ” ในการขออะไรบางอย่าง คุณแม่ก็ควรพูดกับเขาด้วยคำลงท้ายเช่นกันค่ะ

ถ้าคุณแม่ต้องการให้ลูกรอคอยคุณแม่ระหว่างคุณแม่กำลังยุ่งอยู่ แต่ลูกพยายามรบเร้าคุณแม่ให้เล่นด้วย คุณแม่ควรหาจังหวะหยุดแล้วจึงขอให้ลูกทำอะไรบางอย่างให้คุณแม่ค่ะ ถ้าคุณแม่ต้องการให้ลูกพูดสุภาพกับน้อง คุณแม่ก็ควรพูดสุภาพกับลูกให้เป็นตัวอย่างเช่นกันค่ะ

เด็กจะซึมซับสภาพแวดล้อมรอบตัวเค้า รวมถึงสิ่งที่คุณแม่และคนในครอบครัวปฏิบัติต่อเค้า และเปลี่ยนให้เป็นบุคลิกของเค้าเองค่ะ

การสร้างวินัยที่ดีให้กับลูก
การเลี้ยงลูกด้วยความรักและความเข้าใจคือแก่นของการเลี้ยงลูกที่ดี

9. ต้องเข้าใจว่าสิ่งที่ลูกทำมีเหตุผลของเค้าเสมอ

สำหรับลูกแล้วคุณแม่เป็นโลกทั้งใบของลูก และลูกจะทำทุกอย่างเพื่อทำให้แม่ดีใจ ดังนั้นทุกๆ พฤติกรรมของลูกมีที่มาที่ไปเสมอค่ะ

พฤติกรรมที่ดีและไม่ดี ต่างก็มีที่มาที่ไป เหมือนกับเวลาที่ลูกร้องไห้เวลาหิวหรือเหนี่อย ซึ่งคุณแม่ควรตอบสนองกับทุกพฤติกรรมของลูกด้วยความเห็นอกเห็นใจและความรัก แม้ว่าคุณแม่จะไม่รู้ว่าเหตุผลของลูกคืออะไร แต่คุณแม่ควรเข้าใจว่าเค้ามีเหตุผลของเค้าแน่นอน ถึงแม้เค้าจะบอกเราไม่ได้ก็ตาม

10.อยู่ด้วยกันด้วยหลัก ‘ไทม์อินท์’ ไม่ใช่ ‘ไทม์เอาท์’

เป้าหมายของการเลี้ยงลูกเชิงบวกคือการเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณแม่กับลูก และเป็นการพัฒนาให้เค้าทำสิ่งที่ดีๆ ให้กับโลกใบนี้

ไทม์เอาท์ (time-out) คือการที่คุณแม่ส่งสัญญาณว่าคุณแม่ทนไม่ได้กับพฤติกรรมบางอย่างของลูกได้ ไม่ว่าจะเป็นการร้องไห้เสียงดังด้วยความเกรี้ยวกราดของลูก ซึ่งไทม์เอาท์จะเป็นการผลักความสัมพันธ์ให้ออกจากกัน

ไทม์อินท์ (time-in) คือการใช้เวลาอยู่กับลูก ใกล้ชิดกันมากขึ้น สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก ซึ่งทำให้ลูกรู้สึกเป็นที่ยอมรับและได้รับความรักจากคุณพ่อคุณแม่ไม่ว่าวันนั้นลูกจะมีพฤติกรรมอย่างไรก็ตามค่ะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไทม์อินท์จะหมายความว่าทุกคนจะต้องยิ้มและแฮปปี้ไปทุกเรื่องทุกครั้งไปนะคะ แต่ไทม์อินท์คือการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันด้วยเหตุผล และรู้สึกถึงการได้รับความรักจากคุณแม่ โดยที่คุณแม่รับและรับมือกับทุกสิ่งที่เขาเป็นได้ค่ะ ตัวอย่างเช่นการใช้เวลากับลูกไปเที่ยวสวนสัตว์กัน แล้วลูกงอแงไม่ยอมกลับบ้าน คุณแม่จึงต้องอธิบายเหตุผลให้ลูกฟังว่าทำไมถึงต้องกลับบ้าน

แปลและเรียบเรียงโดย Best for Mommies

ที่มา: https://www.mother.ly/parenting/positive-parenting-and-discipline/