อาการคนท้อง ที่คุณแม่ต้องรู้ !

สิ่งแรกที่ว่าที่คุณแม่ต้องเรียนรู้คือการสังเกต อาการคนท้อง ที่จะทำให้คุณแม่ปรับตัวและดูแลตัวเองและลูกในท้องได้ตั้งแต่เริ่มต้น

การตั้งครรภ์จะเกิดขึ้นได้เมื่อสเปิร์มเพศชายปฏิสนธิกับไข่ภายในรังไข่ เมื่อปฏิสนธิสำเร็จ ไข่จะเดินทางไปที่มดลูกแล้วฝังตัวเข้ากับผนังมดลูกและเติบโตเป็นตัวอ่อนค่ะ โดยเฉลี่ยแล้วการตั้งครรภ์จะใช้เวลาประมาณ 40 สัปดาห์ หรือ 9 เดือน ซึ่งระหว่างการตั้งครรภ์ มีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกร่างกายที่ส่งผลกระทบทางตรงกับทารกในครรภ์ ดังนั้นคุณแม่จึงต้องฝากครรภ์กับคุณหมอสูตินรีแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ โดยคุณหมอจะเช็คสุขภาพของคุณแม่และทารกในครรภ์ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับ อาการคนท้อง ตลอดจนให้คำแนะนำการปรับตัวและเรื่องอาหารการกินกับคุณแม่ ตลอดช่วงเวลาที่คุณแม่ตั้งครรภ์ค่ะ

อย่างไรก็ตามคุณแม่จำเป็นต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ทุกด้าน เพื่อที่จะมีข้อมูล และมีความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับสัญญาณเตือนต่างๆ และสามารถแจ้งข้อมูลเพื่อปรึกษาแพทย์ได้อย่างถูกต้องและทันท่วงทีเมื่อมีปัญหาหรือมีเหตุไม่คาดฝันค่ะ

อาการคนท้อง ที่คุณแม่ต้องคอยสังเกต

คุณแม่อาจสังเกตเห็นอาการบางอย่างก่อนที่จะตรวจครรภ์ ซึ่งในช่วยที่ตั้งครรภ์ มีหลายอาการที่อาจเกิดขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับระดับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกายของคุณแม่ค่ะ ดังนั้นคุณแม่ควรสังเกตอาการและบันทึกในสมาร์ทโฟนหรือสมุดจดเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการพบคุณหมอนะคะ

ประจำเดือนขาด

อาการประจำเดือนขาดเป็นสัญญาณแรกของ อาการคนท้อง ค่ะ แต่ไม่ได้หมายความว่า ประจำเดือนขาด แล้วแปลว่าคุณแม่ตั้งครรภ์แล้วนะคะ เพราะมีหลายสาเหตุที่ทำให้ประจำเดือนขาดได้เช่น ประจำเดือนมาไม่ตรงเวลา หรือสาเหตุจากปัญหาสุขภาพอื่นๆ

ปวดศีรษะ

อาการปวดศีรษะเป็นอาการที่พบได้โดยทั่วไประหว่างการตั้งครรภ์ ซึ่งมีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนและการหมุนเวียนของเลือดที่เพิ่มขึ้นจากปกติ หากคุณแม่มีอาการปวดศีรษะ แนะนำให้พบคุณหมอทันทีนะคะ

เลือดออกเล็กน้อยทางช่องคลอด

คุณแม่บางท่านมีอาการเลือดออกทางช่องคลอดในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งมีสาเหตุจากการฝังตัวของไข่กับผนังมดลูก หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อและส่งผลต่อปากมดลูกก็เป็นไปได้เช่นกันค่ะ

อาการเลือดออกทางช่องคลอดอาจมีสาเหตุจากภาวะการแท้งลูก หรือ การตั้งครรภ์นอกมดลูก(ectopic pregnancy) หรือ มีภาวะรกเกาะต่ำ (placenta previa) ซึ่งหากคุณแม่มีความกังวล แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอนะคะ

อาการคนท้อง
ในช่วงการตั้งครรภ์คุณแม่ควรควบคุมอาหารโดยเลือกทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ต่อทารกในครรภ์

น้ำหนักเพิ่มขึ้น

ในช่วง 2-3 เดือนแรก คุณแม่จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 1-2 กิโลกรัมหรือมากกว่านั้นค่ะ แต่ต้องสังเกตอาการอื่นประกอบควบคู่กันไปนะคะ เพราะน้ำหนักเพิ่มขึ้นอาจมีหลายสาเหตุ เช่น

  • โรคอ้วน
  • สูบบุหรี่
  • ในครอบครอบครัวมีประวัติคนที่มี ภาวะความดันโลหิตสูงที่เกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์ (pregnancy-induced hypertension) มาก่อน

เสียดท้อง

ในระหว่างการตั้งครรภ์ ร่างกายจะปลดปล่อยฮอร์โมนออกมา ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อที่ควบคุมระบบเปิด-ปิดระหว่างช่องท้องกับหลอดอาหารผ่อนคลาย ซึ่งในบางครั้งจะทำให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนได้ค่ะ

ท้องผูก

การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนในร่างกาย ในชวงแรกของการตั้งครรภ์จะชะลอการทำงานของระบบย่อยอาหาร ซึ่งส่งผลให้คุณแม่มีอาการท้องผูกค่ะ

ปวดเกร็ง

ขณะตั้งครรภ์ กล้ามเนื้อมดลูกจะเริ่มมีการยืดและขยายตัว ทำให้คุณแม่รู้สึกปวดเกร็งเหมือนมีอาการปวดประจำเดือน หากมีเลือดออกขณะที่มีอาการปวดเกร็ง อาจเป็นสัญญาณบอกถึงอาการแท้งลูกหรือการท้องนอกมดลูกได้ค่ะ ดังนั้นคุณแม่ควรพบคุณหมอสูตินรีแพทย์โดยด่วนนะคะ

ปวดหลัง

ความเครียดและฮอร์โมนเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดหลังในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ และในระยะเวลาต่อมาเมื่อน้ำหนักคุณแม่เพิ่มขึ้นจะทำให้น้ำหนักถ่ายเทมาด้านหน้าซึ่งจะทำให้มีอาการปวดหลังเพิ่มขึ้นค่ะ ซึ่งตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์คุณแม่มักจะรู้สึกปวดหลังเสมอ

โลหิตจาง

อาการโลหิตจางมักเกิดขึ้นได้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ค่ะ ซึ่งอาการโลหิตจางจะทำให้คุณแม่รู้สึกวิงเวียนศีรษะได้ค่ะ ซึ่งถ้าปล่อยไว้โดยไม่ปรึกษาคุณหมอแล้วอาจทำให้คลอดก่อนกำหนด และทารกมีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์ได้นะคะ

อาการซึมเศร้า

คุณแม่ตั้งครรภ์ประมาณร้อยละ 14-23 จะมีภาวะซึมเศร้าซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนและสารเคมีในสมอง ซึ่งถูกกระตุ้นโดยสภาพแวดล้อมรอบตัวค่ะ หากคุณแม่รู้สึกว่าช่วงนี้รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองให้รีบแจ้งคุณหมอนะคะ

อ่านบทความแนะนำ: Baby Blue : ทำไมเป็นแม่…แล้วฉันเศร้า

นอนไม่หลับ

การนอนไม่หลับเป็นอาการที่พบได้โดยทั่วไปในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ โดยมีสาเหตุจากการรู้สึกไม่สบายตัว ความเครียด และการเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งแก้ไขได้โดยการทานอาหารที่มีคุณประโยชน์ที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้เพียงพอ, การเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน, และการเล่นโยคะ จะช่วยให้คุณแม่นอนหลับสบายขึ้นค่ะ

อ่านบทความแนะนำ: ผลไม้ 16 ชนิด ที่จำเป็นและที่ควรเลี่ยงสำหรับทารกในครรภ์

หน้าอกขยายตัว

หากคุณแม่สังเกตว่าหน้าอกมีการขยายตัว เต้านมมีขนาดใหญ่ขึ้น อาจเปลี่ยนสีเข้มขึ้น ไวต่อความรู้สึกมากขึ้น และรู้สึกแน่นขึ้น นั่นเป็นสัญญาณแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ

มีสิวขึ้น

เพราะการเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมนแอนโดรเจน ทำให้คุณแม่มีสิวขึ้นในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งฮอร์โมนนี้จะทำให้ผิวของคุณแม่มัน และส่งผลให้มีไขมันอุดตันในรูขุมขนได้ ซึ่งเป็นอาการเพียงชั่วคราวและจะหายไปเมื่อคลอดลูกแล้วค่ะ

อาการคนท้อง
Photo: The MotHERS Programs

อาเจียน

การอาเจียนเป็นส่วนหนึ่งของ ‘อาการแพ้ท้อง’ ที่เป็นอาการที่คุณแม่มักจะเป็นในช่วง 4 เดือนแรก ซึ่งมีสาเหตุจากการเพิ่มขึ้นของระดับฮอร์โมนในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ค่ะ

ปวดสะโพก

อาการปวดสะโพกเป็นเรื่องปรกติในช่วงตั้งครรถ์ และจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นตามระยะเวลาตั้งครรภ์โดยมีสาเหตุดังต่อไปนี้

  • การเพิ่มขึ้นของแรงกดบนเส้นเอ็น
  • อาการปวดร้าวเอว แก้มก้น ลามไปถึงด้านหลังของต้นขาและด้านข้างของหน้าแข้ง
  • การเปลี่ยนท่าทางอิริยาบถจากสรีระร่างกายที่เปลี่ยนไป
  • มดลูกมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น

ท้องร่วง

อาการท้องร่วงและปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่ายมักเกิดขึ้นได้บ่อยระหว่างการตั้งครรภ์ มีสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน และอาหารการกิน และความเครียดที่เกิดขึ้นในช่วงการตั้งครรภ์ ถ้าคุณแม่มีอาการท้องร่วงติดกันเป็นสัปดาห์ ควรปรึกษาคุณหมอเพื่อให้แน่ใจว่าคุณแม่ไม่มีอาการขาดน้ำ

ความเครียดกับการตั้งครรภ์

แม้ว่าการตั้งครรภ์จะเป็นความสุขของคุณแม่ แต่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของความเครียดได้ เพราะการมีลูกหมายถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่างกาย, ความสัมพันธ์ และการเงิน ถ้าคุณแม่เริ่มรู้สึกหนักใจให้ปรึกษาคุณหมอที่ฝากครรภ์ได้เลยนะคะ

อ่านบทความแนะนำ: การเตรียมตัวก่อนมีลูก สำหรับคุณแม่มือใหม่

อ่านบทความแนะนำ: การบำรุงครรภ์ เคล็ดลับดีๆ “ที่คุณแม่ไม่ควรพลาด”

สัญญาณเตือนและอาการเหล่านี้อาจไม่ได้บ่งบอกถึงการตั้งครรภ์เท่านั้น แต่อาจบ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพอื่นๆ ได้เช่น อาการผิดปกติที่จะเกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือน (premenstrual syndrome, PMS)

ถ้าคุณแม่คิดว่าตัวเองน่าจะกำลังตั้งครรภ์อยู่ อย่าพึ่งพาการสังเกตอาการข้างต้นเพียงอย่างเดียวนะคะ หม่ามี๊แนะนำให้ใช้ที่ตรวจครรภ์ หรือพบคุณหมอเพื่อยืนยันการตั้งครรภ์ดีที่สุดค่ะ



แปลและเรียบเรียงโดย: Best for Mommies

ที่มา: What Do You Want to Know About Pregnancy?

https://www.healthline.com/health/pregnancy#Overview